หลังจากที่องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. คบเด็กสร้างป่ามาแล้วหลายรุ่นเป็นจำนวน 1,200 คน จากเยาวชนในพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง จังหวัดตราด กับโครงการสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ปะการังและป่าชายเลน ที่เกาะช้าง จังหวัดตราด ผลที่ได้คือเหล่าต้นกล้าที่กำลังงอกงามออกใบเขียวสด เป็นเครือข่ายเยาวชนนักอนุรักษ์

 

 ต้นกล้ากลุ่มหนึ่งเป็นเด็กนักเรียนจากโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม จากเด็กค่ายที่ได้รับการปลูกฝังเรื่องการอนุรักษ์ปะการังและป่าชายเลนที่ฉายแววดี จนได้รับการทาบทามให้เป็นผู้ช่วยพี่เลี้ยง ถูกเคี่ยวและเข็นจากโรงเรียนของตนเองและจากการจัดค่ายหลายต่อหลายครั้ง ผ่านไปเพียง 1 ปี เด็กค่ายกลุ่มนี้ก็กลายเป็นต้นไม้ที่เติบโตแข็งแรงมีจิตอาสารับเป็นพี่เลี้ยงอย่างเต็มตัว ต่อยอดความคิดจัดทำ โครงการเยาวชนคลองใหญ่อนุรักษ์ป่าชายเลนอย่างยั่งยืน ด้วยการชักชวนรุ่นน้องจากโรงเรียนบ้านเนินตาล และโรงเรียนอนุบาลวัดคลองใหญ่ จำนวน 2 รุ่น รุ่นละ 30 คน พากันไปบวชป่าโกงกาง ปลูกป่าชายเลน และทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น การเรียนรู้เรื่องสิ่งมีชีวิตในป่าชายเลน การวาดภาพป่าชายเลนในความคิด ฝึกแสดงความคิดเห็น และการสานหมวกจากทางมะพร้าว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การฝึกฝนและปลูกฝังเกี่ยวกับหลักการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เป็นเสมือนความพยายามสร้างสิ่งที่ไม่อาจจับต้องได้ให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน สิ่งที่ฉันเคยสงสัยได้ปรากฏเป็นรูปเป็นร่างขึ้นแล้ว ฉันคิดว่ามันเหมือนกับการต้มไข่ ใช่ว่าทุกคนจะสามารถต้มไข่ได้ออกมาสวยเหมือนกันหมด แต่มันก็ไม่ยากเกินความสามารถ หากรู้เคล็ดลับ โดยเฉพาะไข่ต้มยางมะตูม แบบที่ไข่ขาวเนื้อไม่แข็ง สีค่อนข้างใส และสุกกำลังดี ส่วนไข่แดงเมื่อผ่าครึ่งแล้วจะเห็นเนื้อสีส้มข้น ๆ ที่ไม่ดิบและไม่สุกจนเกินไป

 

เครือข่ายเยาวชนกลุ่มนี้กำลังเติบโตไปพร้อมกับสิ่งที่ซึมซับปลูกฝังอยู่ในจิตใจ ด้วยคำว่าสุกกำลังดี เพราะเขารู้เคล็ดลับการต้มไข่แล้ว เขาได้เรียนรู้แล้วว่าลำพังเพียงเด็กกลุ่มเล็ก ๆ  ในสังคมไม่อาจดูแลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชน อันเป็นทรัพยากรหลักที่สามารถดึงดูดความสนใจของการท่องเที่ยวได้ โครงการเยาวชนคลองใหญ่อนุรักษ์ป่าชายเลนอย่างยั่งยืน จึงมีจุดประสงค์ในการสร้างเครือข่ายนักอนุรักษ์รุ่นเยาว์ ให้มีจิตอาสาดูแลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชนของตนเองเช่นเดียวกันกับพวกเขา

 

จากต้นกล้าป่าโกงกางที่ร่วมกันปลูก งอกงามเป็นต้นไม้ใหญ่ ที่หวังไว้ในใจว่าเครือข่ายเยาวชนกลุ่มนี้จะเติบโตเป็นป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ได้

 

 

คบเด็กสร้างป่า

posted on 20 Oct 2009 13:52 by eekfoto

เด็กนักเรียน : ครูครับ ทำไมรถยังไม่มารับอีกครับ

ครูเจี๊ยบ : อ่า ใจเย็นๆ นะเด็กๆ รถสองแถวต้องขึ้นเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากมาจากฝั่งโน้น แต่ว่าคนขับเรือน่ะ ขับเรือฝ่าไฟแดง ตำรวจกำลังตรวจใบขับขี่อยู่ พวกเรานั่งเล่นไปสักพักนะ เดี๋ยวมา

เด็กนักเรียน : คร้าบคุณครู

ทันทีที่รถสองแถวลงจากเรือเฟอร์รี่สู่เกาะช้าง บรรดาพี่เลี้ยงเด็กค่ายโครงการสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ปะการังและป่าชายเลน ก็แบ่งกลุ่มกันขึ้นรถสองแถวกระจายไปยังโรงเรียนต่างๆ เพื่อรับนักเรียน 120 คนมายังค่าย

ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2552 เรื่อยมา อพท. ทำการคบเด็กสร้างป่า จัดค่ายสำหรับเยาวชนบนเกาะช้าง และโรงเรียนในพื้นที่เชื่อมโยงจังหวัดตราด เพื่อให้เยาวชนท้องถิ่นเกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์ปะการังและป่าชายเลน เป็นเครือข่ายที่ช่วยกันดูแล ปกป้อง ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของตัวเอง รวมการจัดค่ายทั้งหมด 9 ครั้ง มีเยาวชนประมาณ 900 คน ที่ได้ร่วมโครงการนี้

เมื่อเด็กค่ายทั้งหมดมารวมตัวกัน ณ สถานที่ตั้งค่าย บริเวณสนามหญ้าใกล้ชายหาดหลังอาคาร สพพ. 1 (สำนักงานพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง) ก็ดูเหมือนเสียงเจี๊ยวจ๊าวจะกลบเสียงคลื่นทะเลไปซะหมด เสียงนกหวีดดังขึ้น พี่ลีกับพี่นายแจ้งว่าจะพาเด็กๆ ไปทำกิจกรรมสันทนาการที่ชายหาด โดยให้แบ่งเป็นกลุ่ม 10 คน คละโรงเรียน คละชายหญิง ตั้งชื่อสีเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่ม มีพี่เลี้ยงคอยดูแล

พี่เลี้ยงแจกป้ายชื่อให้เด็กทุกคนคล้องคอไว้ตลอดการเข้าค่ายครั้งนี้ (ตอนเข้าห้องน้ำไม่ต้องคล้องก็ได้)

 

พี่ลี พี่นาย พี่หมู และครูเจี๊ยบนำเด็กๆ ร่วมเล่นกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ทั้งเล่นเกม ร้องเพลง และเต้น สลับกันไป นอกจากความสนุกสนาน เด็กๆ ยังได้รู้จักเพื่อนใหม่ต่างโรงเรียน และเรียนรู้เรื่องความสามัคคีจากเกมที่เล่นอีกด้วย หัวเราะยิ้มร่ากันเต็มที่แล้ว ก็ถึงเวลาเข้าห้องฟังบรรยาย โดยพี่บ๊อบ วิทยากรเสียงนุ่ม ผู้ดูแลโครงการนี้ ในตอนแรกเด็กทุกคนจะตั้งใจฟังเป็นอย่างมาก แต่ด้วยธรรมชาติของเด็ก จึงเริ่มส่งเสียงคุยกันตอนกลางของการบรรยาย ไม่วายที่ครูเจี๊ยบต้องออกมาทำให้เด็กๆ เงียบเสียงลงด้วยการให้ลุกขึ้นขยับแขน ขยับขา นวดให้เพื่อนบ้าง พอเป็นที่สนุกสนานแล้วนั่งฟังบรรยายต่อ แม้ว่าจะมีช่วงคั่นเวลาแบบนี้อีกสองรอบกว่าจะจบการบรรยาย แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร เพราะพี่บ๊อบบอกว่า การจัดค่ายจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานความสุขของเด็ก

เนื้อหาการบรรยายที่เด็กๆ ได้รับฟังนั้น ล้วนเป็นเรื่องสำคัญของชุมชนบนเกาะช้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องป่าชายเลน เรื่องนกเงือก และเรื่องยุทธนาวีเกาะช้าง

การบรรยายเรื่องป่าชายเลนและนกเงือกเป็นเสมือนการฉายภาพความสำคัญของระบบนิเวศบนเกาะช้างให้เด็กๆ ได้รู้ว่า ตนเองนั้นเป็นทั้งเจ้าของและเป็นผู้ดูแล ด้วยการทำความเข้าใจถึงคุณประโยชน์จากป่าชายเลน ลักษณะนิสัยของนกเงือก และผลการทำร้ายธรรมชาติ ทำให้ป่าชายเลนเสื่อมโทรมและนกเงือกมีจำนวนลดลง  

ชาวเกาะช้างโดยกำเนิดหลายคนอาจจะไม่เคยรับรู้เรื่องยุทธนาวีเกาะช้างมาก่อน การให้เด็กๆ ได้รับรู้ถึงวีรกรรมอันกล้าหาญของทหารเรือไทยที่ได้สู้รบทางทะเลกับทหารฝรั่งเศสนั้นก็เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจและหวงแหนแผ่นดินที่อยู่อาศัย

หากจะให้ซึมซับเรื่องราวสิ่งดีๆ ก็จะต้องเป็นนิทาน เมื่อพี่บ๊อบเปิดเสียงนิทานเรื่องต้นแอปเปิ้ลกับเด็กน้อยให้ฟัง ไม่น่าเชื่อว่าเด็กๆ จะเงียบได้สนิท นิทานจบ จึงช่วยกันแสดงความคิดเห็น ซึ่งส่วนใหญ่เข้าใจดีว่าเป็นเรื่องความสำคัญของต้นไม้ พี่บ๊อบจึงต้องช่วยสรุปในเชิงลึกให้ฟังว่า ต้นไม้เปรียบเสมือนพ่อแม่ที่คอยดูแลและเป็นที่พึ่งพิงของลูกเสมอมา

หลังจากการเรียนรู้ภายในห้องสี่เหลี่ยมแล้ว เด็กๆ ก็จะได้ไปเดินชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน เพราะสิ่งรอบตัวล้วนเป็นครูสอนที่ดีที่สุด การมองเห็นและสัมผัสบรรยากาศของป่าชายเลนจริงๆ ช่วยสร้างความรู้สึกที่ดีต่อธรรมชาติ

 

นอกจากนี้ สิ่งที่เด็กค่ายทุกคนต้องเรียนรู้และหัดทำให้ได้ คือ หลังรับประทานอาหารทุกมื้อ จะต้องล้างจานด้วยตัวเอง เพื่อฝึกวินัยและรู้จักการทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ

เช้าวันรุ่งขึ้น ขบวนเด็กค่ายจะได้นั่งเรือไปเกาะหวาย เพื่อเข้าร่วมโครงการปลูกปะการังแปดหมื่นกิ่งห้าเกาะ ของศูนย์การเรียนรู้เพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน ซึ่งออกจะเป็นเรื่องแปลกที่เด็กชาวทะเลเฮฮาดีใจกับการได้นั่งเรือออกไปเกาะหวาย บางคนตื่นตั้งแต่ตีห้า เพื่ออาบน้ำเตรียมตัว ฉะนั้นตอนนั่งเรือ พี่เลี้ยงจึงต้องคอยกำชับให้ดีว่า ต้องใส่เสื้อชูชีพ และนั่งให้เรียบร้อยเพื่อความปลอดภัย ระหว่างทางถ้าโชคดีก็จะได้พบกับปลาโลมา

เมื่อเรือเคลื่อนเข้าใกล้เกาะหวาย น้ำทะเลสีเขียวใสก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีฟ้า ใสดั่งกระจก สามารถมองเห็นกลุ่มปะการังและหมู่ปลาที่ว่ายวนไปมาได้ ที่ตั้งตระหง่านเบื้องหน้าคืออาคารไม้รูปโดมที่ออกแบบมาเพื่อเปิดรับลมทะเลรอบด้าน เด็กๆ ทะยอยขึ้นจากเรือเดินไปตามสะพานไม้เข้าสู่ตัวอาคาร อาจารย์บุญทวี แก้วล่ามสัก วิทยากรของศูนย์การเรียนรู้ฯ และทีมงาน ออกมาให้การต้อนรับและบรรยายให้กับเด็กๆ ฟังเรื่องสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลที่อยู่ร่วมกันแบบห่วงโซ่อาหาร ทั้งเต่าทะเล หอยมือเสือ ปลา สาหร่าย และปะการังหลากชนิด เพื่อให้เข้าใจว่า ไม่ว่าปัจจัยใดๆ ที่มีผลกระทบต่อการเติบโตของแนวปะการังย่อมส่งผลถึงสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นด้วย  

ปะการังเขากวางกิ่งใหญ่หักแบ่งเป็นกิ่งเล็กๆ เพื่อใช้ปลูกขยายพันธุ์ได้ พี่เลี้ยงแจกปะการังให้คนละ 1 กิ่งเล็ก พร้อมท่อพีวีซีและไขควง เด็กชายชานนท์เล่าให้ฟังว่า เขามาค่ายนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว ชานนท์ชอบการสันทนาการของพี่ๆ และชอบการปลูกปะการัง มันก็ปลูกยากนิดหน่อยครับ ต้องขันน็อตให้แน่นๆ แต่ถ้าทำได้ผมก็ภูมิใจครับ

และแล้วก็ถึงเวลาสันทนาการอีกครั้ง แต่ละกลุ่มสีจะต้องเดินเวียนไปตามฐานต่างๆ ที่พี่เลี้ยงเตรียมไว้ ป้ายที่ติดไว้ริมหาดว่ากรุณาอย่าส่งเสียงดังรบกวนนักท่องเที่ยว คงจะหยุดความสนุกและเสียงฮาเฮไว้ไม่อยู่ ก็ทั้งร้อง ทั้งเต้น ทั้งวิ่ง ทั้งเดิน แถมยังเล่นรีรีข้าวสาร และงูกินหางกันอีก การละเล่นแบบไทยๆ ที่ต้องอนุรักษ์ไว้

 

 

เล่นสนุกมาแล้วหลายฐาน แต่ก็ยังมีเรี่ยวแรงอีกมากที่จะดำน้ำตื้นดูปะการัง พี่เลี้ยงช่วยสอนการใช้สนอร์กเกิลให้กับน้องที่ยังไม่เคยดำน้ำมาก่อน ดำผุดดำว่ายกันพักใหญ่ หมดแรงแล้วก็ไปเติมพลังด้วยแผ่นขนมปังราดนมข้น

 

ระหว่างนั่งเรือกลับไปยังเกาะช้าง เด็กๆ ได้รับการบ้านให้ช่วยกันคิดการแสดงที่สื่อถึงการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่แน่ว่าคืนนี้ อพท. อาจจะได้พบดาราเด็กเจ้าบทบาทแห่งวงการมายาสักคนสองคน

ไม่รอช้าหลังทานอาหารมื้อเย็นเสร็จเรียบร้อย พี่เลี้ยงและเด็กแต่ละกลุ่มสีต่างล้อมวงซุ่มซ้อมบทละคร และเดินหาอุปกรณ์เท่าที่จะหาได้แถวนั้นมาเป็นพร็อพประกอบ

คณะกรรมการให้คะแนน ตัดสินและมอบรางวัลให้กับกลุ่มสีที่สามารถสื่อการแสดงได้ดีเยี่ยมที่สุด ซึ่งทุกกลุ่มสีสามารถสื่อเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้ดีมาก มีทั้งเรื่องการตัดไม้ทำลายป่า ทำให้นกเงือกขาดแหล่งที่อยู่อาศัย และเรื่องการรณรงค์ไม่ทิ้งขยะลงทะเล เพราะทำให้เกิดมลภาวะทางน้ำ และปริมาณสัตว์น้ำลดน้อยลง

ค่ำนี้ เด็กๆ คงจะหมดแรงกันแล้วแน่ๆ น่าจะหลับสนิทไม่ตื่นมาวิ่งเล่นกันแต่เช้าตรู่อีก        

เช้าวันสุดท้ายของการเข้าค่าย เด็กๆ ดีใจที่จะได้ไปเล่นน้ำตกธารมะยมที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากสถานที่ตั้งค่าย แค่ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม  เดินผ่านที่ทำการอุทยานแห่งชาติและผ่านสวนผลไม้เข้าไปอีกนิดหน่อย น้ำตกธารมะยมมีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์ บนแผ่นหินผาของน้ำตกปรากฏพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระนามาภิไธยของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ซึ่งแสดงว่าทั้ง 4 พระองค์ เคยเสด็จประพาสมายังน้ำตกแห่งนี้แล้ว

ก่อนจากกัน ทุกวันสุดท้ายของการเข้าค่ายจะมีพิธีรับขวัญน้อง  โดยพี่เลี้ยงจะฝากความรู้สึกผ่านเส้นด้ายสีขาวไว้ที่ข้อมือของน้องๆ ปากพร่ำบอกถึงสิ่งที่อยากให้น้องๆ เป็น อยากให้ทุกคนช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมของชุมชน เกิดเป็นเครือข่ายนักอนุรักษ์ตัวน้อยๆ แม้ว่าความสำเร็จไม่อาจวัดได้เป็นรูปธรรม แต่มากกว่าการปลูกฝังจิตสำนึก อย่างน้อยเด็กๆ ที่มาค่ายนี้ก็มีความสุขและรู้สึกดีต่อธรรมชาติอย่างมากมาย  

 

คิดดี ง่ายกว่าทำดีหรือเปล่า

แต่ถ้าคิดดีแล้วไม่ทำดีล่ะ

คิดให้ดี แล้วทำดีด้วย จะดีกว่าไหม

ไม่ต้องรอให้ใครทำก่อน เราก็ทำดีได้ด้วยตัวเราเอง

Latest Comments